ยกระดับงานหัตถศิลป์ไทยสู่เวทีนานาชาติ พร้อมถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยผ่านความร่วมสมัย
เดอะ แกลเลอรี มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Thailand Gallery” ซึ่งจัดขึ้น ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 9–10 เมษายน 2569 โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์ไทยสู่เวทีนานาชาติ ผ่านมิติของความทันสมัย ความยั่งยืน และภูมิปัญญาท้องถิ่น
“Thailand Gallery” ถูกพัฒนาขึ้นในฐานะพื้นที่ต้นแบบ (Prototype Space) ที่รวบรวมและนำเสนอผลงานศิลปะและหัตถศิลป์ไทยกว่า 100 ชิ้น โดยมีแนวคิดหลักในการเชื่อมโยง “มรดกทางวัฒนธรรม” เข้ากับ “การออกแบบร่วมสมัย” เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับศักยภาพของงานคราฟต์ไทยในบริบทสากล
ถ่ายทอดคุณค่าไทยผ่านนิทรรศการรูปแบบผสมผสาน
ภายในโครงการมีการจัดแสดงผลงานทั้งในรูปแบบ Physical Exhibition และ Digital Exhibition ซึ่งช่วยขยายการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านผ้าไทย ศิลปะ และงานหัตถศิลป์ไปยังผู้ชมในระดับนานาชาติได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาฐานข้อมูล (Database) ที่รวบรวมองค์ความรู้สำคัญเกี่ยวกับงานฝีมือไทย เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการต่อยอดในอนาคต
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของโครงการ คือความร่วมมือกับ Eichholtz แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก ในการนำ “ผ้าไทย” มาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย โดยสอดคล้องกับแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ภายใต้ “ดอนกอยโมเดล” ซึ่งมุ่งยกระดับผ้าไทยสู่เวทีสากล พร้อมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการออกแบบระดับโลกอย่างกลมกลืน
บทบาทของ เดอะ Gallery ในฐานะผู้คัดสรรงานหัตถศิลป์ไทย
ในฐานะผู้คัดสรร (Curator) งานหัตถศิลป์ไทย เดอะ Gallery ได้มีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกผลงานจาก 7 แบรนด์ไทยคุณภาพ เพื่อนำไปจัดแสดงภายในโครงการ โดยทุกแบรนด์ได้รับการคัดเลือกจากความโดดเด่นทั้งในด้านคุณภาพงานฝีมือ การออกแบบ และเรื่องราวที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยในมุมมองร่วมสมัย
🌿 7 แบรนด์ไทยที่ เดอะ Gallery คัดสรร ได้แก่
- Hearterpiece – งานเบญจรงค์ลวดลายร่วมสมัย ถ่ายทอดศิลปะไทยในรูปแบบใหม่ Hearterpiece นำงานเครื่องเบญจรงค์แบบดั้งเดิมมาตีความใหม่ ผ่านการออกแบบที่เรียบง่าย ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยยังคงความละเอียดประณีตของงานเขียนลายด้วยมือ
- Sumphat – งานของใช้และของตกแต่งที่โดดเด่นด้านการนำประวัติศาสตร์ และการนำวิถีกับวัฒนธรรมไทยมาตีความใหม่ ผ่านการผสานองค์ความรู้ช่างฝีมือไทยหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานหนังใหญ่ งานเบญจรงค์ หรือวัสดุ Recycle จากการเกษตร ให้กลายเป็นผลงานร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าในระดับสากล
- วิเศษศิลป์ – งานหัตถศิลป์ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ไทยผ่านการเล่าเรื่องเชิงวัฒนธรรม วิเศษศิลป์สร้างสรรค์ผลงานจากโลหะ โดยใช้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติและศิลปะไทย เช่น ดอกบัว ซึ่งมีความหมายเชิงวัฒนธรรมลึกซึ้ง
- Akha Ma-De – นำสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมดั้งเดิมมาตีความใหม่สู่การออกแบบร่วมสมัย ผ่านหัตถศิลป์อันประณีตของผู้หญิงชาวอาข่า ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ของแบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ไทย เช่น พวงมาลัย เครื่องแขวนแบบไทย รวมถึงของตกแต่งคริสต์มาส โดย Akha Ma-De ดำเนินงานอยู่ในหมู่บ้านชาวอาข่า จังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และช่วยให้คุณแม่สามารถสนับสนุนการศึกษาของบุตรหลานได้
- 5ive Sis – หัตถกรรมงานหล่อแร่ดีบุก (พิวเตอร์) ร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์ผสานงานดีไซน์และช่างฝีมือโลหะไว้ด้วยกัน สร้างสรรค์เป็นชิ้นงานที่โดดเด่น ทั้งงานประติมากรรม ของตกแต่งและของใช้ ที่มีความทันสมัยแฝงด้วยรายละเอียด คงกลิ่นอายของหัตถศิลป์ไทยไว้เป็นอย่างดี
- Thai Benjarong – ไทยเบญจรงค์ ก่อกำเนิดจากผู้ชายที่ชื่อว่า สหัส ปรีชารัตน์ ซึ่งหลงรักในงานศิลปะไทย ความหลงไหลในศิลปะไทยแขนงหนึ่งซึ่งเรารู้จักในนามว่า “เบญจรงค์” ได้ถูกถ่ายทอดผ่านความรักและต้องการรักษาไว้ในงานศิลปะของชาติไทยมาถึงรุ่นที่ 2 พวกเราได้รับการถ่ายทอดและเสพงานศิลปะทางด้านเบญจรงค์มาตั้งแต่เกิดทำให้เกิดความรักและความหลงไหลไปโดยไม่รู้ตัวจึงทำให้มีปณิธานในการทำให้เบญจรงค์สามารถอยู่คู่กับคนไทยในชีวิตประจำวันได้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้ศิลปะแขนงนี้กลับเข้ามามีบทบาทและยังคงรักษาไว้ให้คงอยู่คู่ประเทศไทย จากการพัฒนาและต่อยอดฝีมือทางงานด้านศิลปะ ซึ่งได้ถูกถ่ายทอดจากช่างฝีมือต่างๆในอดีต ขัดเกลาและรวบรวมความรู้ที่มีทั้งหมดในส่วนของลวดลายและสีสันต่างๆ จนมาเป็นเอกลักษณ์ของพวกเราไทยเบญจรงค์ที่แตกต่างจากเบญจรงค์ทั่วไปแต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งแก่นแท้ของความเป็นไทย
- Thaniya – เครื่องหอมสไตล์ไทยร่วมสมัยที่ผสานความหรูหราและความเป็นไทยที่เป็นทั้งเครื่องหอมและของตกแต่งบ้าน นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังผสานงานหัตถศิลป์ด้วยการนำเซรามิกวาดลายด้วยมือทีละชิ้นมาผสานกับ วัตถุดิบไทยอย่าง เนื้อเทียนที่ทำมาจากข้าวหอมมะลิ และกลิ่นจากดอกไม้ไทยและสมุนไพรไทย
ผลงานจากทั้ง 7 แบรนด์ ได้ถูกนำไปจัดแสดงในพื้นที่นิทรรศการระดับนานาชาติ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของงานหัตถศิลป์ไทยในมิติที่สามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วโลก
นอกเหนือจากการจัดแสดงในกรุงเฮก ผลงานบางส่วนจากโครงการ Thailand Gallery ยังได้รับการคัดเลือกไปจัดแสดงใน Window Display ณ De Bijenkorf ห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
การนำเสนอในพื้นที่เชิงพาณิชย์ระดับสากลนี้ ช่วยเปิดโอกาสให้งานหัตถศิลป์ไทยได้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมใหม่ในยุโรป พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าและศักยภาพของงานคราฟต์ไทยในบริบทของตลาดโลก
สำหรับการเข้าร่วมโครงการของ เดอะ Gallery ในครั้งนี้ เราไม่ได้มองเพียงแค่การนำผลงานวิจิตรศิลป์ไปอวดโฉมบนเวทีโลก
แต่เรากำลังเปิดประตูแห่ง “โอกาส” ที่ส่งตรงถึงหัวใจของชุมชนทั่วประเทศไทย
เราเชื่อว่างานฝีมือทุกชิ้นคือการสืบทอดจิตวิญญาณจากรุ่นสู่รุ่น ในฐานะ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม) เดอะ Gallery จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง “ภูมิปัญญาจากรากเหง้า” กับ “รสนิยมร่วมสมัย” เพื่อให้ศิลปะท้องถิ่นไม่ได้อยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์ แต่สามารถเติบโตได้อย่างสง่างามในเวทีชีวิตจริง
เดอะ Gallery ยึดถือหลักการบริหารจัดการที่โปร่งใสและเกื้อกูลเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนให้กับศิลปินไทย:
- คืนกำไรสู่ชุมชนช่าง: รายได้จากการจำหน่ายสินค้าจะถูกส่งตรงกลับไปยังผู้ร่วมผลิตผลเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่มั่นคง
- อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต: การสนับสนุนช่างเยาวชนให้ช่างฝีมือรุ่นใหม่มีกำลังใจในการสืบสานเทคนิคโบราณไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
- ยกระดับคุณภาพชีวิต: เราเปลี่ยน “ความชำนาญ” ให้กลายเป็น “รายได้ที่ยั่งยืน” เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างภาคภูมิ
เชื่อมโยงความสัมพันธ์ไทย–เนเธอร์แลนด์ สู่อนาคตที่ยั่งยืน
โครงการ Thailand Gallery ยังสะท้อนความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 400 ปี ระหว่างประเทศไทยและประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยใช้ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนจากสองประเทศ การจัดแสดงในครั้งนี้จึงเป็นเวทีแห่งความร่วมมือ การแลกเปลี่ยน และการสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม ที่นำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน